ดอก

posted on 19 Jan 2011 16:44 by function-planty

 

โครงสร้างของดอก
 
 
 
 
          ดอกไม้ทั่วไปประกอบด้วยรยางค์ต่างๆ 4 ส่วน แต่ละส่วนจะเรียงเป็นชั้นเป็นวง เรียงตามลำดับจากนอกสุดเข้าสู่ด้านในคือ
1. กลีบเลี้ยง (Sepal) เป็นส่วนของดอกที่อยู่นอกสุด เจริญเปลี่ยนแปลงมาจากใบ จึงมักมีสีเขียว ทำหน้าที่ห่อหุ้มป้องกันอันตรายต่างๆ ให้แก่ส่วนในของดอก นอกจากนี้จะช่วยในการสังเคราะห์แสงได้ด้วย กลีบเลี้ยงของพืชอาจอยู่แยกกันเป็นกลีบๆ เรียกว่า อะโปเซพัลลัส (Asoposepalous) หรือพอลิเซพัลลัส (Polysepalous) ได้แก่ กลีบเลี้ยงของดอกบัวสาย และดอกพุทธรักษา แต่บางชนิดกลีบเลี้ยงจะเชื่อมติดกันเรียกว่า แกมโมเซพัลลัส (Gamosepalous) หรือ ซินเซพัลลัส (Synsepalous) ได้แก่ กลีบเลี้ยงของดอกชบา แตง บานบุรี และดอกแค เป็นต้น วงกลีบเลี้ยงทั้งหมดนี้เรียกว่า แคลิกซ์ (Calyx)

ในพืชบางชนิดกลีบเลี้ยงมีสีต่างๆ นอกจากสีเขียวเรียกว่า เพทัลลอยด์ (Petaloid) ทำหน้าที่ช่วยล่อแมลงในการผสมเกสร เช่นเดียวกับกลีบดอก นอกจากนี้ในดอกชบา และดอกพู่ระหงจะมี ริ้วประดับ (Epicalyx) เป็นกลีบเลี้ยงเล็กๆ ใกล้กลีบเลี้ยง

2. กลีบดอก (Petal) เป็นส่วนของดอกที่อยู่ถัดจากกลีบเลี้ยงเข้าไปข้างใน มักมีสีสันต่างๆ สวยงาม เนื่องจากมีรงควัตถุชนิดต่างๆ ได้แก่ แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) และแอนโทแซนทิน (Anthoxanthin) ละลายอยู่ในสารละลายแวคิวโอล ทำให้กลีบดอกเป็นสีต่างๆ เช่น สีม่วง สีแดง สีน้ำเงิน หรืออาจมีแคโรทีนอยด์ (Carotenoid) ในพลาสติด ทำให้กลีบดอกเป็นสีเหลือง หรือแสด ส่วนดอกสีขาวและไม่มีสีเกิดจากไม่มีรงควัตถุอยู่ภายในเซลล์ของกลีบดอก นอกจากนี้กลีบดอกของพืชบางชนิด อาทิเช่น ดอกพุดตาลสามารถเปลี่ยนสีได้ ทั้งนี้เนื่องจากความเป็นกรดและด่างภายในเซลล์ของกลีบดอกเปลี่ยนแปลงไป วงของกลีบดอกทั้งหมดเรียกว่า collora

ทั้งกลีบเลี้ยงและกลีบดอกจัดเป็นส่วนประกอบรอง (Acessory part) ห่อหุ้มอยู่รอบนอกของดอก พืชบางชนิดกลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีลักษณะเหมือนกัน แยกกันไม่ออกเรียกชั้นนี้ว่า วงกลีบรวม (Perianth) กลีบแต่ละกลีบเรียกว่า ทีพัล (Tepal) ได้แก่ บัวหลวง จำปี และจำปา เป็นต้น

3. เกสรตัวผู้ (Stamen) เป็นส่วนของดอกที่จำเป็นในการสืบพันธุ์ อยู่ถัดจากกลีบดอกเข้าไป ทำหน้าที่สร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ เกสรตัวผู้มักมีหลายอันเรียงเป็นชั้นหรือเป็นวงเรียกว่าแอนดรีเซียม (Andrecium) เกสรตัวผู้แต่ละอันอาจอยู่แยกกัน หรือเชื่อมติดกัน บางชนิดอาจติดกับส่วนอื่นของดอกก็ได้ เกสรตัวผู้แต่ละอันจะประกอบขึ้นด้วย ก้านเกสรตัวผู้ (Filament) และ อับเรณู (Anther) ซึ่งมีลักษณะเป็นถุงมี 2 พู ภายในแบ่งเป็นถุงเล็กๆ ยาว 4 ถุงเรียกว่า ถุงเรณู (Pollen sac หรือ Microsporangium) จะบรรจุละอองเรณู (Pollen grain) จำนวนมาก ทำหน้าที่เป็นเซลล์สืบพันธุ์ตัวผู้ เมื่อดอกเจริญเต็มที่แล้ว ถุงเรณูจะแตกออก ละอองเรณูจะปลิวออกมา จำนวนเกสรตัวผู้ในแต่ละดอกจะแตกต่างกันไปตามชนิดของพืช พืชโบราณมักมีเกสรตัวผู้จำนวนมากในขณะที่พืชซึ่งมีวิวัฒนาการสูงขึ้น จำนวนเกสรตัวผู้ในดอกจะลดน้อยลง อนึ่งเกสรตัวผู้ของพืชบางชนิดอาจเป็นหมัน จึงไม่สามารถสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ หรือละอองเรณูได้เรียกว่า สตามิโนด (Staminode) ตัวอย่างเช่น เกสรบางอันของกล้วย และชงโค บางชนิดอาจมีสีสันสวยงามแผ่เป็นแผ่นแบน คล้ายกลีบดอกเรียกว่า เพทัลลอยด์สตามิโนด (Petaloid staminode) เช่น พุทธรักษา

4. เกสรตัวเมีย (Pistil or carpel) เป็นส่วนของดอกที่อยู่ในสุด และจำเป็นในการสืบพันธุ์ ทำหน้าที่สร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย เกสรตัวเมียในแต่ละดอกอาจมี 1 หรือหลายอันซึ่งแยกจากกันเป็นอิสระ หรือเชื่อมติดกัน ชั้นของเกสรตัวเมียเรียกว่า จินนีเซียม (Gymnoecium) เกสรตัวเมียแต่ละอันประกอบด้วยส่วนที่สำคัญ 3 ส่วน คือ
1) รังไข่ (Ovary) เป็นส่วนที่พองโตออกเป็นกระพุ้ง
2) ก้านชูเกสรตัวเมีย (Style) เป็นเส้นเรียวยาวเล็กๆ ทำหน้าที่ชูเกสรตัวเมีย และเป็นทางผ่านของหลอดละอองเรณู (Pollen tube)
3) ยอดเกสรตัวเมีย (Stigma) อยู่ส่วนปลายของละอองเรณูซึ่งมักพองออกเป็นปมมีขนหรือน้ำเหนียวๆ สำหรับจับละอองเรณูที่ปลิวมา หรือพาหะพามา

ดอกบางชนิดไม่มีก้านเกสรตัวเมีย ยอดเกสรตัวเมียจะติดกับด้านบนของรังไข่โดยตรง เช่น ดอกมังคุด เป็นต้น

ภายในรังไข่แต่ละอันจะมีโอวุล (Ovule) 1 หรือหลายอัน แต่ละโอวุลจะมีไข่ (Egg) ซึ่งเมื่อผสมกับสเปิร์ม (Sperm) แล้วจะกลายเป็นไซโกต (Zygote) และมีการเจริญเติบโตพัฒนาต่อไปเป็นเอมบริโอ (Embryo) หรือต้นอ่อน ส่วนโอวุลจะเจริญไปเป็นเมล็ดห่อหุ้มเอมบริโอไว้ โอวุลจะติดกับผนังรังไข่ด้วยก้านเล็กๆ เรียกว่า ฟันนิคูลัส (Funiculus) ผนังของรังไข่ตรงที่ฟันนิคูลัสมาเกาะมักพองโตเล็กน้อยเรียกว่า รก (Placenta)

ฐานรองดอก (Receptacle) เป็นส่วนปลายสุดของก้านดอก เปลี่ยนสภาพมาจากกิ่งเพื่อรองรับส่วนต่างๆ ของดอก มีรูปร่างแตกต่างกันไปหลายแบบ อาทิเช่น แผ่แบนคล้ายจาน เช่น ทานตะวันเว้าเป็นรูปถ้วย เช่น กุหลาบ นูนสูง เช่น สตรอเบอรี่ เป็นต้น

ริ้วประดับ (Bract) เป็นใบที่เปลี่ยนแปลงไปทำหน้าที่ช่วยรองรับดอก หรือช่อดอก อยู่บริเวณโคนก้านดอก มักมีสีเขียว มีรูปร่างต่างๆ เช่น คล้ายใบที่ลดขนาดลง หรือเปลี่ยนมาเป็นริ้วเล็กๆ ในดอกชบา พู่ระหง ริ้วประดับมีสีเขียวคล้ายกลีบเลี้ยงเล็กๆ เรียกว่า เอพิแคลิกซ์ (Epicalyx) ริ้วประดับของดอกทานตะวันเป็นใบเล็กๆ ซ้อนอยู่เป็นชั้นๆ บางครั้งริ้วประดับอาจมีสีฉูดฉาดสวยงามคล้ายกลีบดอก เช่น เฟื่องฟ้า คริสต์มาส ในพืชใบเลี้ยงเดี่ยวบางชนิดริ้วประดับแผ่เป็นแผ่นใหญ่แผ่นเดียว อาจมีสีสันสวยงาม เช่น ดอกหน้าวัว อุตพิต หรือกาบปลีกล้วย มะพร้าว และหมาก เป็นต้น

ประเภทของดอก

 

 

 
 
การใช้ เกณฑ์ ต่างๆ สามารถจำแนกดอกไม้ได้หลายประเภท ดังนี้

1. ใช้ เพศ เป็น เกณฑ์ จำแนกดอกไม้ได้ 2 ประเภท ได้แก่
1.1 ดอกสมบูรณ์เพศ (perfect flower) เป็นดอกที่มีชั้นเกสร เพศ ผู้ และเกสร เพศ เมียอยู่ในดอกเดียวกัน โดยส่วนประกอบอื่นๆ อาจมีหรือไม่มีก็ได้ เช่น ดอกกล้วยไม้ ดอกบัว ดอกชบา ฯลฯ
1.2 ดอกไม่สมบูรณ์เพศ (imperfect flower) เป็นดอกที่มีชั้นเกสรเพศผู้ และเกสรเพศเมียเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ส่วนประกอบอื่นๆ อาจมีหรือไม่มีก็ได้ ดอกที่มีแต่เกสรเพศผู้ เรียกว่า ดอกเพศผู้ (staminate flower) ดอกที่มีแต่เกสรเพศเมีย เรียกว่า ดอกเพศเมีย (pistillate flower) เช่น ดอกบวบ ดอกฟักทอง ดอกแตง ดอกมะพร้าว ฯลฯ

2. ใช้ส่วนประกอบต่างๆ บนฐานรองดอกเป็น เกณฑ์ จำแนกได้ 2 ประเภท ได้แก่
2.1 ดอกสมบูรณ์ (complete flower) เป็นดอกที่มีครบทั้ง 4 ส่วน คือ กลีบเลี้ยง กลีบดอก เกสรเพศผู้ และเกสรเพศเมีย เช่น ดอกชบา ดอกแค ดอกกุหลาบ ฯลฯ
2.2 ดอกไม่สมบูรณ์ (incomplete flower) เป็นดอกที่มีส่วนประกอบไม่ครบทั้ง 4 ส่วน เช่น ดอกฟักทอง ดอกแตงกวา ดอกข้าวโพด ฯลฯ

3. จำแนกโดยการติดของส่วนต่างๆ บนฐานรองดอก ซึ่งจำแนกได้ 3 ประเภท ได้แก่
3.1 ดอกไฮโพจีนัส (hypogenous flower) เป็นชนิดของดอก ที่กลีบเลี้ยง กลีบดอกและเกสรเพศ ผู้ ติดอยู่บนฐานรองดอกที่ต่ำกว่ารังไข่ของเกสรเพศเมีย รังไข่แบบนี้เรียกว่า Superior-ovary ได้แก่ ดอกมะเขือ พริก มะละกอ หอม องุ่น บานบุรี ข้าวโพด ผักกาด ฯลฯ
3.2 ดอกเอพิจีนัส (epigenous flower)เป็น ชนิดของดอก ที่กลีบเลี้ยง กลีบดอก และเกสรเพศผู้ ติดอยู่บนฐานรองดอก ที่สูงกว่ารังไข่ ของเกสรเพศเมีย เนื่องจากฐานรองดอกมีขอบโค้งขึ้นไปหุ้มรังไข่ไว้หมด รังไข่แบบนี้เรียกว่า Inferior ovary ได้แก่ ดอกกล้วย แตงกวา บวบ ชมพู่ ฝรั่ง ฟักทอง กระบองเพชร แอปเปิล ฯลฯ
3.3 ดอกเพริจีนัส (perigenous flower) เป็นชนิดของดอก ที่กลีบเลี้ยง กลีบดอกและเกสรเพศผู้ ติดอยู่บนฐานรองดอกในระดับเดียวกับรังไข่ของเกสรเพศเมียเนื่องจากฐานรองดอกเว้าลงไปและมีขอบโค้งเป็นรูปถ้วยอยู่รอบรังไข่ รังไข่แบบนี้เรียกว่า Half-superior หรือ Half-inferior ovary ได้แก่ ดอกกุหลาบ ถั่วตะแบก อินทนิน เชอรี่ ฯลฯ

4. จำแนกตามจำนวนดอกที่ติดอยู่บนก้านดอก จำแนกได้ 2 ประเภท ได้แก่
4.1 ดอกเดี่ยว (solitary flower) หมายถึง ดอกที่อยู่บนก้านดอกเพียงดอกเดียว ดอกอาจเกิดที่ปลายกิ่ง หรือลำต้น ตรงบริเวณซอกใบ หรือด้านข้างของกิ่ง เช่น ฟักทอง จำปี ชบา บัว การะเวก
4.2 ดอกช่อ (inflorescence flower) หมายถึง ดอกที่ประกอบด้วยดอกหลายดอกอยู่บนก้านชูดอก (peduncle)เดียวกัน (ดอกย่อยเรียกว่า floret, ก้านดอกย่อยเรียกว่า pedicle แกนกลาง ต่อจากก้านดอก ซึ่งดอกย่อยแยกออกมา เรียกว่า rachis) จำแนกเป็นชนิดย่อยได้ ดังนี้
4.2.1 raceme เป็นช่อดอก ที่มีดอกย่อยเกิดบน rachis โดยดอกแก่อยู่ล่างสุด ดอกอ่อนอยู่บน ดอกล่างสุดจะบานก่อนแล้วดอกอื่นๆ ที่อยู่ถัดขึ้นไปจะบานตามต่อมา pedicel ของดอกย่อยแต่ละดอกยาวเท่าๆ กัน เช่น ดอกหางนกยูง ผักตบชวา กล้วยไม้ พริก เป็นต้น
4.2.2 spike เป็นช่อดอกชนิดเดียวกับ raceme แต่ดอกย่อยทุกดอกไม่มี pedicel ติดอยู่บน rachis เช่น มะพร้าว สับปะรด กระถินณรงค์ เป็นต้น
4.2.3 umbel เป็นดอกช่อที่ก้านดอกย่อยยาวเท่าๆ กัน และแยกออกมาจากจุดเดียวกัน ทำให้ดอกมีลักษณะคล้ายร่ม เช่น ดอกพลับพลึง ดอกหอม ดอกกุยช่าย ว่านมหาลาภ เป็นต้น
4.2.4 head เป็นช่อดอกที่มี rachis เป็นแผ่น ตรงกลางนูนขึ้นเล็กน้อย ดอกย่อยจะติดอยู่บนส่วนที่นูนขึ้นมานี้ ดอกย่อยส่วนมากไม่มี pedicel หรือมี pedicel สั้นมาก มีวงประดับอยู่ที่ฐานของช่อดอก บางชนิดจะมีวงใบประดับที่โคนของดอกย่อยแต่ละดอกอีกด้วย เช่น ดอกทานตะวัน ดอกดาวเรือง ดอกบานชื่น ดอกบานไม่รู้โรย เป็นต้น
4.2.5 cyme เป็นช่อดอกที่ช่อหนึ่งจะมีดอกย่อยอยู่ 3ดอก โดยมี pedicel ออกมาจากปลายของ peduncle ที่จุดเดียวกัน ดอกที่อยู่ตรงกลางจะบานก่อนดอกที่อยู่รอบข้าง เช่น ดอกมะลิลา ดอกต้อยติ่ง

edit @ 20 Jan 2011 00:34:59 by Bist503-5#

edit @ 20 Jan 2011 01:20:43 by Bist503_g5#

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

ดีๆ เนื้อหาใช้ได้ ดูแล้วเข้าใจง่ายดีนะ 555+confused smile

#1 By ใจงับ (202.29.44.134) on 2011-01-20 16:44

#2 By (125.26.180.210) on 2011-08-08 19:48

ดี

#3 By (125.27.29.83) on 2011-08-15 15:01

confused smile

#4 By (101.109.6.234) on 2011-08-18 20:52

confused smile

#5 By (101.109.6.234) on 2011-08-18 20:52

confused smile

#5 By (101.109.6.234) on 2011-08-18 20:52

confused smile

#5 By (101.109.6.234) on 2011-08-18 20:52

confused smile

#5 By (101.109.6.234) on 2011-08-18 20:52

tongue question wink

#9 By 1021 (101.109.186.17) on 2011-09-07 21:07

ไม่มีดอกต่อยติ่งเหรอคะ น่าเบื่อนะเนีย tongue tongue

#10 By ปวีณนุช แซเยะ (124.122.17.208) on 2011-09-12 19:59

ได้ความรู้เยอะดี confused smile sad smile surprised smile big smile open-mounthed smile confused smile angry smile tongue question surprised smile wink double wink cry

#11 By นาตาลี (115.67.241.49) on 2011-10-31 09:44

เนื้อหารู้เรื่องดี เข้าใจง่ายดี sad smile wink surprised smile embarrassed tongue

#12 By มัยดินา (115.67.241.49) on 2011-10-31 09:48

#13 By (223.207.201.111) on 2011-12-27 18:16

angry smile angry smile angry smile angry smile angry smile angry smile angry smile angry smile angry smile angry smile angry smile angry smile

#14 By (192.168.100.176, 192.168.100.176, 127.0.0.1, 203.113.121.225) on 2012-01-04 18:14

tongue angry smile tongue tongue tongue tongue tongue tongue tongue tongue

#15 By .2 (192.168.100.176, 192.168.100.176, 127.0.0.1, 203.113.121.225) on 2012-01-04 18:15

ไม่มีคำตอบที่ถามเลยtongue

#16 By ฝน (110.49.249.205) on 2012-01-28 12:59

แล้วหมากเขียวกลีบเลี้ยงแยกจากกันหรือโคนเชื่อมติดกันcry embarrassed question wink big smile open-mounthed smile confused smile sad smile angry smile tongue question embarrassed surprised smile wink double wink cry big smile open-mounthed smile confused smile sad smile angry smile tongue question embarrassed surprised smile wink double wink cry ช่วยตอบหน่อยนะค่ะ

#17 By มิ้น (110.49.249.205) on 2012-01-28 13:03

แย่มาก angry smile angry smile angry smile angry smile angry smile angry smile angry smile angry smile angry smile angry smile angry smile angry smile angry smile angry smile angry smile angry smile angry smile angry smile angry smile angry smile angry smile tongue tongue tongue tongue tongue tongue tongue tongue tongue tongue tongue tongue tongue tongue tongue tongue tongue tongue tongue tongue tongue wink wink wink wink wink wink wink wink wink wink wink wink wink

#18 By (110.49.249.205) on 2012-01-28 13:05

นุกออกopen-mounthed smile

#19 By aern (103.7.57.18|115.67.224.97) on 2012-07-09 19:23

I like what you guys are up also. Such clever work and reporting! Carry on the superb works guys I??ve incorporated you guys to my blogroll. I think it'll improve the value of my web site :)

#20 By seo tutorial (103.7.57.18|118.125.193.70) on 2012-09-17 14:36

Fine way of explaining, and good post to obtain information regarding my presentation subject matter, which i am going to deliver in university.
<a href="http://louisvuittonbagsonlines.overblog.com" title="louis vuitton bags">louis vuitton bags</a>

#21 By louis vuitton bags (103.7.57.18|60.165.156.164) on 2012-12-13 03:37

????????????????? ??

#22 By ???? ??? ??? (103.7.57.18|142.54.182.186) on 2013-01-24 22:18

Accord will be Coptis groenlandica which in turn connections often the spirits from the community. coach factory outlet store http://coachoutletonline22.com/

#23 By coach factory outlet store (103.7.57.18|198.27.67.83, 201.18.231.42) on 2013-05-05 06:24

Certainly never lower, although the majority of you were distressing, if you can't predict who's becoming fond of your current happy. coach factory outlet store http://coachoutletonline22.com/

#24 By coach factory outlet store (103.7.57.18|198.27.67.83, 95.65.58.61) on 2013-05-05 06:26

mYMPYJRR http://www.4rDvb03tlcj3Xf43n82r7Q.com/
mYMPYJRR
<a href="http://www.4rDvb03tlcj3Xf43n82r7Q.com/" title="mYMPYJRR">mYMPYJRR</a>

#25 By mYMPYJRR (103.7.57.18|117.149.69.88) on 2013-05-05 07:14

ดอก | Structure&Function of Plant

#26 By diablo 3 gold (103.7.57.18|182.35.231.230) on 2013-05-05 09:49

ดอก | Structure&Function of Plant

#27 By miu miu bags (103.7.57.18|60.252.149.4) on 2013-05-05 11:59

ดอก | Structure&Function of Plant

#28 By mulberry bags (103.7.57.18|182.39.34.186) on 2013-05-05 20:14

ดอก | Structure&Function of Plant

#29 By mulberry bags (103.7.57.18|88.209.180.165) on 2013-05-05 20:14

ดอก | Structure&Function of Plant

#30 By chanel bags (103.7.57.18|37.59.177.132) on 2013-05-05 22:29

ดอก | Structure&Function of Plant

#31 By wow gold (103.7.57.18|82.137.12.36) on 2013-05-06 02:05

Cherish might be fragile available at commence, nonetheless expands more robust with each passing year should it be nicely federal reserve. nike tn pas cher http://ruegros.com/

#32 By nike tn pas cher (103.7.57.18|91.121.169.209, 91.202.164.29) on 2013-05-06 04:26

Will not look down upon, whether you can be pathetic, do it yourself don't know who it is being knocked deeply in love with your primary look. tee shirt wati b http://rueachat.com/

#33 By tee shirt wati b (103.7.57.18|91.121.169.209, 197.255.213.146) on 2013-05-06 04:28

Around the world could possibly be yourself, however one particular person you may be everyone. casquette wati b http://ruenoo.com/

#34 By casquette wati b (103.7.57.18|91.121.169.209, 82.200.254.162) on 2013-05-06 04:29

ดอก | Structure&Function of Plant

#35 By burberry bags (103.7.57.18|222.175.128.234) on 2013-05-06 06:01

ดอก | Structure&Function of Plant

#36 By louis vuitton bags (103.7.57.18|123.138.136.66) on 2013-05-06 15:39

Baidu world's largest Chinese search engine dedicated to Internet users more convenient access to information, find the demand.Baidu over billions of Chinese web database, you can instantly find relevant search results Bai du http://www.baidu.com

#37 By Bai du (103.7.57.18|108.166.215.106) on 2013-05-06 17:28

Dude.. I am not much into reading, but somehow I got to read lots of articles on your blog. Its amazing how interesting it is for me to visit you very often.

#38 By asics running (103.7.57.18|111.73.45.15, 201.3.123.188) on 2013-05-06 23:22

Then more friends can talk about this problem

#39 By asics mexico 66 (103.7.57.18|111.73.45.15, 111.254.103.124) on 2013-05-06 23:23

Take pleasure in certainly is the solely rational and thus satisfactory answer to the problem attached to people everyday life. nike chaussure http://Niketnpascher017.fr/

#40 By nike chaussure (103.7.57.18|192.95.29.87, 109.207.61.14) on 2013-05-07 02:13

Perhaps Goodness likes united states of america to find one or two drastically wrong everyday people prior engagement the correct one, to make certain muscle building last but not least satisfy the woman, we are are able to happen to be gracious. chaussure nike http://Niketnpascher006.fr/

#41 By chaussure nike (103.7.57.18|192.95.29.87, 46.249.66.50) on 2013-05-07 02:14

How discover married life getting adoration, you might have love not having weddings. tn nike http://Niketnpascher015.fr/

#42 By tn nike (103.7.57.18|192.95.29.87, 50.22.206.179) on 2013-05-07 02:16

Camaraderie will be goldthread which unfortunately jewelry these hearts and minds epidermis society. nike blazer pas cher http://Niketnpascher011.fr/

#43 By nike blazer pas cher (103.7.57.18|192.95.29.87, 200.109.228.67) on 2013-05-07 02:17

A buddy which you purchase by working with features will likely to be purchased from your family. nike tn requin http://Niketnpascher010.fr/

#44 By nike tn requin (103.7.57.18|192.95.29.87, 177.69.195.4) on 2013-05-07 02:18

To the world could possibly be yourself, but yet to a single woman / man could globally. chaussure nike homme http://Niketnpascher026.fr/

#45 By chaussure nike homme (103.7.57.18|80.120.42.142) on 2013-05-07 02:20

ดอก | Structure&Function of Plant

#46 By hermes bags (103.7.57.18|123.138.40.74) on 2013-05-07 02:58

ดอก | Structure&Function of Plant

#47 By seo software (103.7.57.18|113.122.210.233) on 2013-05-07 10:04

ดอก | Structure&Function of Plant

#48 By coach outlet (103.7.57.18|117.201.127.199) on 2013-05-07 12:32

ดอก | Structure&Function of Plant

#49 By 整形美容 (103.7.57.18|117.201.127.199) on 2013-05-07 12:32

ดอก | Structure&Function of Plant

#50 By celine bags (103.7.57.18|112.91.221.252) on 2013-05-07 12:33